หลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่สำคัญ
30/08/2022Highlight
- ในระดับนานาชาติมีปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (The Universal Declaration of Human Rights) ของสหประชาชาติ ข้อ 21 ว่าอย่างไร
- ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้นได้รับรองหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งที่สำคัญทั้ง 5 ข้อ ได้แก่อะไรบ้าง
หลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่สำคัญ
นายปฐมพงษ์ คำเขียว
ผู้อำนวยการกลุ่มงานคดี 5 สำนักคดี 2.
ในระดับนานาชาติมีปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (The Universal Declaration of Human Rights) ของสหประชาชาติ ข้อ 21 ได้รับรองหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้ง ดังนี้
(1) บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะมีส่วนในรัฐบาลของประเทศของตน ไม่ว่าจะเป็นโดยตรงหรือโดยทางผู้แทนซึ่งได้เลือกโดยอิสระ
(2) บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะเข้าถึงบริการสาธารณะในประเทศของตนโดยเสมอภาค
(3) เจตจำนงของประชาชนจะต้องเป็นมูลฐานแห่งอำนาจของรัฐบาล เจตจำนงนี้จะต้องแสดงออกทางการเลือกตั้งตามกำหนดเวลาและอย่างแท้จริง ซึ่งอาศัยการออกเสียงโดยทั่วไปและเสมอภาค และการลงคะแนนลับ หรือวิธีการลงคะแนนโดยอิสระทำนองเดียวกัน
ในทางทฤษฎีถือว่าการเลือกตั้งที่แท้จริงตามระบอบประชาธิปไตยต้องสอดคล้องกับหลักการพื้นฐาน
ของการเลือกตั้งอย่างน้อยที่สุด 5 ข้อ คือ (1) หลักการเลือกตั้งโดยทั่วไป (2) หลักการเลือกตั้งโดยตรง
(3) หลักการเลือกตั้งโดยเสรี (4) หลักการเลือกตั้งโดยเสมอภาค และ (5) หลักการเลือกตั้งโดยลับ
สำหรับประเทศไทย รัฐธรรมนูญฉบับต่าง ๆ ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีบทบัญญัติรับรองให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ประกอบกับศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ให้การรับรองหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งไว้หลายประการ ซึ่งเป็นหลักประกันที่สำคัญต่อความชอบธรรมของการเลือกตั้งและส่งผลให้การได้มาซึ่งผู้แทนของประชาชนสอดคล้องกับเป้าหมายของการเลือกตั้งอย่างแท้จริง ปรากฏตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่สำคัญดังต่อไปนี้
(1) หลักการเลือกตั้งโดยทั่วไป คือการให้พลเมืองทุกคนมีสิทธิเลือกตั้งผู้แทนได้ แต่อาจมีข้อยกเว้นที่จำกัดสิทธิเลือกตั้งได้บ้างตามความจำเป็น เช่น เรื่องอายุ ความวิกลจริต เป็นต้น สอดคล้องกับหลักความเสมอภาคซึ่งรับรองให้พลเมืองทุกคนต้องสามารถใช้สิทธิได้อย่างเท่าเทียมกันตามรูปแบบเท่าที่จะเป็นไปได้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 3/2561 สรุปได้ว่า รัฐมีหน้าที่ต้องสร้างหลักประกันให้การออกเสียงของบุคคลเป็นไปอย่างอิสระและส่งเสริมให้บุคคลต้องไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งอย่างทั่วถึง อันสอดคล้องกับหลักการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (7) ที่บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทยไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างอิสระ จึงเป็นเหตุให้คณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งต้องกำหนดมาตรการในการอำนวยความสะดวกหรือให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะคนพิการหรือผู้สูงอายุ
(2) หลักการเลือกตั้งโดยเสรี คือ การเลือกตั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนสามารถใช้สิทธิของตนได้ โดยปราศจากการใช้กำลังบังคับ กดขี่ข่มเหง จ้างวานหรือใช้อิทธิพลใด ๆ ให้มีผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมถึงการเลือกตั้งที่ต้องมีผู้สมัครรับเลือกตั้งหลายคนหรือมีพรรคการเมืองหลายพรรคเป็นทางเลือกของการใช้สิทธิเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 5/2557 สรุปได้ว่า การที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้การกำหนดวันเลือกตั้งต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรมีเจตนารมณ์เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปตามหลักการเลือกตั้งโดยเสรี ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทุกคนย่อมใช้สิทธิโดยปราศจากการบังคับ หรือกดดันทางจิตใจหรือการใช้อิทธิพลใด ๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจ ไม่ว่าการใช้อิทธิพลเหล่านี้จะมาจากฝ่ายใด ทั้งระหว่างการเลือกตั้งและภายหลังการเลือกตั้งต้องไม่ให้มีการควบคุมทิศทางการลงคะแนนเสียงไม่ว่าจะเป็นโดยการกระทำในรูปแบบใดผู้ออกเสียงเลือกตั้งต้องตัดสินใจลงคะแนนได้อย่างอิสระภายใต้กระบวนการสร้างความคิดเห็นทางการเมืองที่เปิดเผย หลักการเลือกตั้งโดยเสรีจึงครอบคลุมถึงการตระเตรียมการเลือกตั้ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบคลุมถึงการสมัครรับเลือกตั้งและการหาเสียงเลือกตั้งด้วย การกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปมากกว่าหนึ่งวันจะทำให้การสมัครรับเลือกตั้ง พฤติกรรมการหาเสียงและการลงคะแนนเลือกตั้ง หรือบรรดาเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้งที่กำหนดขึ้นในวันหนึ่งมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งที่กำหนดขึ้นในอีกวันหนึ่งได้ อนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 2/2557 สรุปได้ว่า การกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปต้องอยู่ภายในระยะเวลาไม่ร้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมีระยะเวลาพอสมควรในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง และให้เกิดความเป็นธรรมแก่พรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคน
(3) หลักการเลือกตั้งโดยตรง คือ การเลือกตั้งที่หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องการเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใดหรือพรรคการเมืองใดแล้ว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องสามารถเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งคนนั้นหรือพรรคการเมืองนั้นได้โดยตรง และเมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใดหรือพรรคการเมืองใดแล้ว คะแนนเสียงที่ลงไปจะต้องเป็นของผู้สมัครรับเลือกตั้งคนนั้นหรือของพรรคการเมืองนั้นอย่างแท้จริง
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 3/2561 สรุปได้ว่า การออกเสียงลงคะแนนโดยตรงเป็นลักษณะสำคัญประการหนึ่งที่พลเมืองในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยเป็นผู้แสดงการตัดสินใจทางการเมืองด้วยตนเอง โดยพลเมืองแต่ละคนได้กระทำการดังกล่าวผ่านการตัดสินใจลงคะแนนเสียงให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรณีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... มาตรา 92 วรรคหนึ่ง กำหนดวิธีการออกเสียงลงคะแนนสำหรับคนพิการหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งได้ อาจให้บุคคลอื่นหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นผู้กระทำการแทนโดยความยินยอมและเป็นไปตามเจตนาของคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ซึ่งตราบใดที่ไม่มีการเปิดเผยผลการออกเสียงลงคะแนนของคนพิการหรือผู้สูงอายุนั้นต่อสาธารณะก็ถือได้ว่าเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ร่างมาตรา 92 วรรคหนึ่งยังไม่มีผลกระทบต่อการออกเสียงลงคะแนนอย่างอิสระและยังอยู่ในขอบเขตของวิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วรรคหนึ่ง
(4) หลักการเลือกตั้งโดยเสมอภาค คือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนจะต้องมีสิทธิเท่าเทียมกันในการเลือกตั้ง โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนต้องมีคะแนนเสียงเท่ากันและคะแนนเสียงทุกเสียงต้องมีน้ำหนักเท่ากัน และรัฐต้องจัดการเลือกตั้งโดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้โดยสะดวกอย่างเท่าเทียมกันและต้องไม่ให้อภิสิทธิ์แก่ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นพิเศษ หรือไม่กีดกันผู้หนึ่งผู้ใดไม่ให้มีสิทธิเท่าเทียมกันกับผู้อื่นอันเป็นการสร้างภาระเกินสมควร
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 3/2561 สรุปได้ว่า กรณีที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... มาตรา 92 วรรคหนึ่ง กำหนดวิธีการออกเสียงลงคะแนนสำหรับคนพิการหรือผู้สูงอายุดังกล่าวข้างต้น มีความมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือคนพิการหรือผู้สูงอายุให้มีโอกาสใช้สิทธิเลือกตั้งได้เท่าเทียมกับบุคคลอื่น สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญซึ่งกำหนดหลักความเสมอภาคของบุคคลว่ามาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิหรือเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น หรือเพื่อคุ้มครองหรืออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุหรือคนพิการย่อมไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
(5) หลักการเลือกตั้งโดยลับ คือ การเลือกตั้งที่ไม่มีผู้อื่นนอกจากผู้ลงคะแนนเสียงจะทราบได้ว่าการลงคะแนนเสียงนั้นเป็นอย่างไร เพื่อเป็นการป้องกันการใช้อิทธิพลต่าง ๆ บิดเบือนเจตจำนงที่แท้จริงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสอดคล้องกับหลักการเลือกตั้งโดยเสรีและทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 9/2549 สรุปได้ว่า กรณีการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ในระยะห่างที่กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง อันมีผู้แทนพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นหรือที่ส่งสมัครแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการเลือกตั้งร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย และอยู่ในวิสัยที่สามารถมองเห็นการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ จึงมีผลทำให้การลงคะแนนเลือกตั้งดังกล่าวไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 3/2561 สรุปได้ว่า วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยลับเป็นวิธีการออกเสียงโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคนทำเครื่องหมายลงในบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งภายในคูหาและนำบัตรลงคะแนนใส่ไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง โดยห้ามมิให้ผู้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าตนตัดสินใจลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรายใดในขณะที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งวิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยลับโดยทั่วไปจะให้ผู้ออกเสียงลงคะแนนแต่ละคนทำเครื่องหมายไว้ในบัตรลงคะแนนภายในคูหาสำหรับลงคะแนนที่จัดไว้อย่างมิดชิด เพื่อป้องกันมิให้ผู้ออกเสียงลงคะแนนตกอยู่ภายใต้อิทธิพลหรือถูกแทรกแซงอันมีผลให้การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งดังกล่าวไม่เป็นไปอย่างอิสระ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... มาตรา 91 วรรคหนึ่ง กำหนดวิธีการออกเสียงลงคะแนนสำหรับคนพิการหรือผู้สูงอายุดังกล่าวข้างต้น เป็นเพียงมาตรการให้คนพิการหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งมีโอกาสใช้สิทธิเลือกตั้งเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป ซึ่งตราบใดที่ไม่มีการเปิดเผยผลการออกเสียงลงคะแนนต่อสาธารณะถือได้ว่าเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยลับ
สรุปได้ว่า ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้นได้รับรองหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งที่สำคัญทั้ง 5 ข้อ ได้แก่ หลักการเลือกตั้งโดยทั่วไป หลักการเลือกตั้งโดยตรง หลักการเลือกตั้งโดยเสรี หลักการเลือกตั้งโดยเสมอภาค และหลักการเลือกตั้งโดยลับ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งตามหลักสากลที่ต้องการให้การเลือกตั้งที่มีขึ้นในรัฐเสรีประชาธิปไตยเป็นการเลือกตั้งที่คำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมือง หากการเลือกตั้งใดหรือบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดไม่สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งย่อมเป็นการเลือกตั้งหรือบทบัญญัติที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเป็นอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยคดีเพื่อคุ้มครองหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งตามหลักประชาธิปไตย
More Information
- อ่านบทความเต็มเรื่อง “หลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่สำคัญ”
- ติดตามเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้ทุกช่องทาง
- LINE Official Account สนง.ศาลรัฐธรรมนูญ: @occ_th
- เว็บไซต์ สนง.ศาลรัฐธรรมนูญ: www.constitutionalcourt.or.th






Login with facebook
Login with google